“อุบัติเหตุทางถนน” ทำไทยสูญเสีย “ทุนมนุษย์” พบคร่าชีวิตเด็กเยาวชนปีละ 2,000 คน  


8 มิ.ย. 2569 10 ยุทธศาสตร์ : ศวปถ.& มนป.


หลายองค์กรภาคีร่วมผลักดัน “ความปลอดภัยทางถนน” สู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 เพื่อ “ซ่อม เสริม สร้าง” โครงสร้างพื้นฐานทางสังคม ลดมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และกำหนดทิศทางนโยบายระดับชาติที่เน้นการป้องกันเชิงระบบ โดยเฉพาะความสูญเสียที่เกิดกับเด็กและเยาวชนจากอุบัติเหตุบนท้องถนนปีละกว่า 2,000 คน

ประเทศไทยเผชิญวิกฤตความสูญเสีย “ทุนมนุษย์” สูงมาก จากสถิติชี้ว่าเด็กเกิดน้อยลง ขณะที่อุบัติเหตุทางถนนคร่าชีวิตเยาวชนปีละกว่า 2,000 คน ด้าน นักวิชาการ-สภาเด็กฯ-สภาพัฒน์ฯ เสนอผลักดัน “ความปลอดภัยทางถนน” เข้าสู่แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้เป็นสิทธิพื้นฐาน พร้อมชงแก้กฎหมาย-ตั้งกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจระดับ 7 หมื่นล้านบาทต่อปี

สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างประชากรและทุนมนุษย์ ข้อมูลสถิติชี้ให้เห็นสภาวะการเกิดที่ลดลง ควบคู่กับอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุของเด็กและเยาวชนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง นำมาสู่ข้อเสนอจากหลายภาคส่วนในการผลักดันประเด็น “ความปลอดภัยทางถนน” ให้เป็นตัวชี้วัดสำคัญในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 เพื่อ “ซ่อม เสริม สร้าง” โครงสร้างพื้นฐานทางสังคม ลดมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และกำหนดทิศทางนโยบายระดับชาติที่เน้นการป้องกันเชิงระบบ

จากเวทีเสวนา “แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ซ่อม เสริม ความปลอดภัยทางถนน สร้างอนาคต ยกระดับทุนมนุษย์” มีข้อสนอจากนักวิชาการหลายด้านที่สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาของการสูญเสียเป็นเรื่องสำคัญ ไทยต้องมีนโยบายที่ชัดเจนเพราะไม่เช่นนั้นอาจสูญเสียโอกาสจากหลายด้านทั้งเศรษฐกิจ สังคม และมนุษย์ที่ไม่ควรสูญเสียทั้งที่ป้องกันได้ ขณะที่ข้อเสนอของเวทีนี้ ต้องบรรจุเป้าหมายลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นตัวชี้วัดหลักในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 เพื่อรักษาและประเมินทุนมนุษย์ ปรับปรุงกฎหมายจราจรและกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งสาธารณะ บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นระบบร่วมกับเทคโนโลยี และบูรณาการความรู้ด้านความปลอดภัยสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต

สถิติความสูญเสียและผลกระทบต่อทุนมนุษย์

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวกับทีม The Active ว่า สิ่งที่ประเทศไทยกำลังเผชิญมี 2 ด้าน คือเด็กเกิดน้อยลงติดต่อกันมาหลายปี และสัญญาณอันตรายตัวที่สองคือ เรากำลังสูญเสียเด็กและเยาวชนจากเรื่องความปลอดภัยทางถนนในอัตราที่เยอะตลอด 1 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยสรุปคือเรากำลังสูญเสียทุนมนุษย์และประชากรติดลบเฉลี่ยปีละ 140,000 คน ซึ่งจำเป็นต้องมีหน่วยงานอิสระเข้ามาวิเคราะห์และสอบสวนสาเหตุอย่างเป็นระบบ

รายงานข้อมูลจากศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) บ่งชี้ว่า ประเทศไทยมีตัวเลขเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีผู้เสียชีวิตมากกว่าเด็กเกิดใหม่ถึง 143,110 คน ขณะเดียวกัน สถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุ 1-24 ปี ยังคงมีจำนวนสูง ส่งผลให้ในช่วง 3 ปี 4 เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยสูญเสียเยาวชนจนเทียบเท่ากับมี “โต๊ะเรียนว่าง” ถึง 9,669 โต๊ะ หรือคิดเป็นการสูญเสียโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษไปเกือบ 6 แห่ง

มูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจเกือบ 7 หมื่นล้านบาท และแนวทางแก้ไข

สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า มูลค่าความสูญเสียเกือบ 70,000 ล้านบาทนี้ หากป้องกันได้ จะสามารถนำไปลงทุนสร้างสะพานข้ามทางรถไฟได้กว่า 679 แห่ง หรือเป็นค่าใช้จ่ายในการพัฒนาทุนมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนจบปริญญาตรีได้กว่า 34,209 คน ขณะที่ข้อมูลจาก TDRI ได้สะท้อนภาพความสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนนไว้อย่างชัดเจน ดังนี้

  • มูลค่าชีวิตต่อหัวที่สูญเสีย: การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 1 ราย สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจให้ประเทศสูงถึง 7,214,079 บาท
  • ความสูญเสียภาพรวมของกลุ่มเยาวชน: เมื่อคำนวณจากตัวเลขผู้เสียชีวิตในช่วงอายุ 1-24 ปี (สถิติ ม.ค. 2566 – เม.ย. 2569) พบว่าประเทศสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจไปเกือบ 70,000 ล้านบาท (69,752 ล้านบาท)
  • ค่าเสียโอกาสระดับชาติ: หากเราสามารถป้องกันการสูญเสียของเยาวชนและรักษาเม็ดเงิน 7 หมื่นล้านบาทนี้ไว้ได้ รัฐสามารถนำงบประมาณนี้ไปพัฒนาประเทศในด้านอื่นได้มหาศาล เช่น
    • เป็นทุนสนับสนุนให้เด็กเรียนฟรีตั้งแต่เกิดจนจบปริญญาตรีได้ถึง 34,209 คน
    • ใช้สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย เช่น สร้างสะพานข้ามทางรถไฟได้มากถึงประมาณ 679 แห่ง

การตรวจสอบนโยบายและการมีส่วนร่วมของเยาวชน

ชินท์ณภัทร โต๊ะเส็น ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าาว่าการแก้ไขปัญหาต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อม เวลาเกิดอุบัติเหตุ เรามักจะโทษที่ตัวบุคคล แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากมนุษย์เพียงอย่างเดียว สภาพแวดล้อม การคมนาคม และถนนหนทาง ล้วนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ทั้งสิ้น การแก้ปัญหาจึงต้องเริ่มที่กระทรวงคมนาคมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการกำหนดกฎหมายให้ชัดเจนและบังคับใช้อย่างจริงจัง โดยมีข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเปิดพื้นที่และสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางถนน

การบรรจุวาระด้านความปลอดภัยในแผนระดับชาติ เสนอให้บรรจุประเด็นการพัฒนาเด็กและเยาวชนด้านการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 เพื่อให้มีกลไกในการสร้างการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ

การจัดสรรพื้นที่ในคณะกรรมาธิการและคณะกรรมการระดับชาติ ผลักดันให้มีตัวแทนเด็กและเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นจากสภาเด็กและเยาวชนฯ หรือกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมาธิการหรือคณะกรรมการ (Board) เพื่อให้ผู้ที่รับผลกระทบและเผชิญปัญหาโดยตรงเป็นผู้ให้ข้อมูล

การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างวัย สนับสนุนให้เกิดเครือข่ายเด็กและเยาวชนที่ทำงานขับเคลื่อนด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อปฏิบัติงานร่วมกับกลุ่มผู้ใหญ่และหน่วยงานรัฐ ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐได้รับข้อมูลสภาพปัญหาที่ตรงกับบริบทความเป็นจริง ลดช่องว่างในการสื่อสารระหว่างวัย

อ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ : theactive.thaipbs