‘สงกรานต์’ วิกฤติน้ำมันเดินทางน้อย แต่รถจยย.ยังเสี่ยงอุบัติเหตุสูง ?  


8 เม.ย. 2569 11 ยุทธศาสตร์ : ศวปถ.& มนป.


นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ จาก ศวปถ. ชวนจับตา โจทย์ใหญ่ เรื่องอุบัติเหตุทางถนน สถานการณ์ปีนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร? เมื่อปริมาณรถน้อยลงแต่ความเสี่ยงอาจยังคงเดิม

“สงกรานต์”เทศกาลที่หลายคนวางแผนเดินทางกลับ“บ้านเกิด” แต่ปีนี้อาจแตกต่างเพราะวิกฤติราคาน้ำมันแพง ซ้ำกังวลปั๊มน้ำมันหมดระหว่างทาง จึงมีการคาดการณ์คนเดินทางกลับต่างจังหวัดน้อยลง

ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลต่อ“โจทย์ใหญ่”ช่วงหยุดยาวอย่าง“อุบัติเหตุทางถนน”ด้วยหรือไม่ “ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถาม นพ.ธนะพงศ์  จินวงษ์  ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน(ศวปถ.) เพื่อประเมินภาพสถานการณ์ ความเสี่ยงที่ยังต้องระวัง และความเสี่ยงที่จะเปลี่ยนไปในปีนี้ ซึ่งระบุว่า จากผลสำรวจ“นิด้าโพล” เกี่ยวกับการตัดสินใจเดินทางหากวิกฤติพลังงานยังไม่จบ ชี้ให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถาม“เกินครึ่ง”หรือ ร้อยละ 57.56  ไม่มีแผนการเดินทางอยู่แล้ว  อีกร้อยละ 14.80 ยกเลิกแผนการเดินทางทั้งหมด  เฉพาะสองกลุ่มนี้ถือว่าเกินกว่าร้อยละ 70  

อย่างไรก็ตาม  ที่น่าสนใจแม้ไม่ออกเดินทาง แต่เชื่อว่า“การฉลอง”ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในกทม.  ขณะที่กลุ่มออกเดินทาง“ช่วงฉลอง”จะปรับตัวไปใช้รถจักรยานยนต์(จยย.)มากขึ้น

สิ่งที่เจอแน่นอนสงกรานต์นี้ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด จึงอยู่ที่โจทย์การใช้รถจยย.เพิ่มขึ้นเพราะประหยัดน้ำมัน  ในเชิงความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางถนน รถจยย.จึงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง ประกอบกับอีกโจทย์หลักคือ วันหยุดแบบฟันหลอ ทำให้คนมักเลือกหยุดต่อเนื่อง ผลคือทุกครั้งที่มีวันหยุดเช่นนี้จะเพิ่มความเสี่ยงกับการใช้“ความเร็ว”บนถนน เพราะรถน้อย จราจรไม่ติดขัด  ผู้คนทยอยเดินทางไป-กลับ 

“การทยอยกลับสิ่งที่เจอทุกครั้ง หากเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะรถมักขาดหรือไม่มี ทำให้ต้องใช้วิธีเช่าเหมารถตู้ และด้วยเทศกาลทำให้รถต้องวิ่งรอกมักพักผ่อนไม่เพียงพอ ช่วงท้ายเทศกาลร่างกายจึงอ่อนล้า ทำให้เกิดหลับใน เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ” 

ดังนั้น หากให้คาดการณ์แนวโน้มอุบัติเหตุทางถนนน่าจะ“ลดลง” ปีที่แล้วยอดเกิดเหตุรุนแรง(บาดเจ็บ-เสียชีวิต)ลดลงร้อยละ 11.8  จากโหมดการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงในปีนี้ก็เป็นไปได้ที่จะลดลงอีก แต่ในช่วงฉลองน่าจะยังไม่ลด เพราะคนไทยยังมีวิธีปรับตัว

ผู้จัดการศวปถ. เผยถึง ผลพวงการที่ผู้คนอาจเดินทางกลับต่างจังหวัดน้อยลง เป็นเหตุให้กทม.มีการบ้านหนัก ซึ่งในโซนกลางเมืองอาจไม่มีปัญหาเพราะสามารถใช้การเดินทางระบบขนส่งสาธารณะได้ ต่างจากชานเมือง เช่น เขตหนองจอก อาจต้องปรับยุทธวิธีจัดการกลุ่มรถจยย.ให้มากขึ้น 

พร้อมโฟกัสช่วงการตระเวนเล่นน้ำสงกรานต์ปีนี้ หากเปลี่ยนมาใช้รถจยย.กันมากขึ้น อาจมีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใกล้บ้าน ซึ่งจากข้อมูลสงกรานต์ปี 68 พบช่วงฉลอง การเสียชีวิตในรัศมี 5 กม.จากบ้านมีมากถึงร้อยละ 59

“สถานการณ์น้ำมันเช่นนี้อาจไม่ตระเวนเล่นไกล แบบข้ามอำเภออาจไม่เยอะ โหมดประหยัดน้ำมันคือรถจยย.นอกจากไม่ลด  จะคึกคักเพิ่มขึ้น” 

ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับตำรวจปีนี้ยังมีโจทย์ต้องเข้มงวดเพิ่มเติม  คือใบขับขี่ในกลุ่มรถจยย.หลังสงกรานต์ที่ผ่านมาร้อยละ 80 ของการเสียชีวิตในกลุ่มรถจยย. “ไม่มีใบขับขี่” ประเด็นนี้ทั้งในช่วงปกติและช่วงเทศกาลมีผลกับภาพรวมการบังคับใช้กฎหมาย ตั้งแต่มาตรการตัดแต้ม รวมถึงการบันทึกการกระทำความผิดซ้ำ

ดังนั้น หลังเทศกาลสงกรานต์ตำรวจเตรียมเสนอปรับแก้กฎหมาย ซึ่งตามพ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 64 กรณีขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต จากโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษทำให้คนไม่เกรงกลัวกฎหมาย ให้มาเป็นโทษเชิงอาญาที่ต้องไปสู่กระบวนการศาล

พร้อมทิ้งท้ายความคาดหวังถึงกลุ่มกระทำความผิดซ้ำ แม้สงกรานต์ที่ผ่านมาจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิม แต่เมื่อเทียบกับจำนวนคดีสัดส่วนยังน้อย

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :  dailynews.co.th