รายงานสถานการณ์โลกด้านความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2558

ตามที่องค์การสหประชาชาติภายใต้การนำเสนอขององค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้ช่วงปี พ.ศ. 2554-2563  เป็นช่วงทศวรรษความปลอดภัยทางถนนของโลก โดยมีเป้าหมายที่จะลดความสูญเสียอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุทางถนนลงให้ได้  องค์การอนามัยโลกในฐานะองค์กรขับเคลื่อนหลักจึงได้มีการจัดทำรายงานสถานการณ์โลกด้านความปลอดภัยทางถนนออกมาเพื่อใช้ในการสื่อสารกับประเทศต่างๆให้ได้รับรู้ถึงสถานการณ์ของแต่ละประเทศ  ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะแนวทางเพื่อส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยทางถนนตามที่ได้กำหนดไว้ในทศวรรษความปลอดภัยทางถนน  โดยรายงานดังกล่าวได้มีการจัดทำขึ้นมาก่อนหน้านี้ ๒ ฉบับ คือในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ และในปี พ.ศ. ๒๕๕๖  และเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ที่ผ่านมาทางองค์การอนามัยโลกได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์ฉบับที่ ๓ สำหรับปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ข้อมูลในรายงานฉบับนี้เป็นข้อมูลย้อนหลังในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ เช่นเดียวกับรายงานฉบับก่อนหน้าที่จะใช้ข้อมูลย้อนหลังในการวิเคราะห์ สำหรับประเด็นที่สำคัญที่ควรรับทราบสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้

สถานการณ์ด้านความปลอดภัยทางถนนของโลก

จากข้อมูลสถานการณ์ด้านความปลอดภัยทางถนนของโลกชี้ให้เห็นถึงความสูญเสียจากการเสียชีวิตอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุทั้งโลกในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยประมาณคือ ๑.๒๕ ล้านคนโดยมีแนวโน้มคงที่มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๐  ถึงแม้การครอบครองรถและประชากรจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว  และเมื่อเปรียบเทียบกับค่าพยากรณ์ที่คาดการณ์ไว้ว่าน่าจะมีการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นหากไม่มีการดำเนินการใดๆ ในช่วงทศวรรษความปลอดภัยทางถนน  ชี้ให้เห็นว่าการดำเนินการด้านมาตรการต่างๆที่ได้มีการดำเนินการอยู่ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีประสิทธิภาพในการหยุดยั้งการเสียชีวิตบนท้องถนนได้จริงแม้ว่าจะยังไม่ลดลงอย่างที่คาดหวังไว้ 

อย่างไรก็ตามรายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่ากลุ่มประเทศที่มีรายได้น้อย และปานกลาง มีแนวโน้มสถานการณ์ด้านความปลอดภัยทางถนนที่เลวร้ายมากขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มที่มีรายได้สูง  โดยมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับอัตราการเสียชีวิตของประเทศในกลุ่มที่มีรายได้สูง  สำหรับประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลาง  อัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยสำหรับประเทศในกลุ่มที่มีรายได้สูง ปานกลาง และรายได้น้อย โดยคิดเป็นอัตราการเสียชีวิตต่อประชากรแสนคน ดังนี้ ๙.๓, ๑๘.๕ และ ๒๔.๑     ตามลำดับ โดยค่าเฉลี่ยของทั้งหมดอยู่ที่ ๑๗.๕   

สถานการณ์ด้านความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทย

จากค่าประมาณการการเสียชีวิตอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยโดยองค์การอนามัยโลก ได้ประมาณจำนวนผู้เสียชีวิตตามนิยามการเสียชีวิตขององค์การอนามัยโลกอยู่ที่ ๒๔,๒๓๗ คน จากตัวเลขการเสียชีวิตที่รายงานโดยประเทศไทยอยู่ที่ ๑๔,๐๕๙ คนโดยข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขในปี พ.ศ. ๒๕๕๕  เมื่อเปรียบเทียบกับค่าประมาณการในรายงานเมื่อปี ๒๕๕๖ ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้ประมาณจำนวนผู้เสียชีวิตของประเทศไทยไว้ที่ ๒๖,๓๑๒ คน  พบว่ามีจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงในช่วงเวลา ๒ ปี ทั้งสิ้น ๒,๐๗๕ คน  โดยหากประเมินเป็นมูลค่าความสูญเสียที่ลดลงตามที่ธนาคารโลกได้มีการศึกษาไว้ว่าในการเสียชีวิตหนึ่งคนมีมูลค่าความสูญเสียในปัจจุบันโดยประมาณอยู่ที่ ๖.๒ ล้าน  ประเทศไทยสามารถลดความสูญเสียได้ ๑๒,๘๖๕ ล้านบาท

อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิตต่อประชากรแสนคน ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับที่ ๒ ของโลกโดยมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ ๓๖.๒ (ในรายงานฉบับเดิมอยู่ที่ ๓๘.๑ และเป็นอันดับ ๓ ของโลก) โดยประเทศลิเบียมีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุดในโลกอยู่ที่ ๗๓.๔  ในขณะที่ประเทศอันดับ ๓-๕ คือประเทศ มาลาวี ไลบีเรีย และ คองโก ซึ่งอยู่ในทวีปอาฟริกาทั้งหมด โดยมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ ๓๕.๐, ๓๓.๗ และ ๓๓.๒  ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียน เวียดนาม ๒๔.๕ มาเลย์เซีย ๒๔.๐ เมียนมาร์ ๒๐.๓ กัมพูชา ๑๗.๔ ติมอร์ ๑๖.๖ อินโดนีเซีย ๑๕.๓ ลาว ๑๔.๓ ฟิลิปปินส์ ๑๐.๕ สิงคโปร์ ๓.๖ และ บรูไน ไม่มีข้อมูล

นอกจากประเทศไทยจะถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับที่สองของโลกแล้ว ประเทศไทยยังถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีอันตรายสูงที่สุดในโลกสำหรับรถจักรยานยนต์ โดยมีอัตราการเสียชีวิตต่อประชากรแสนคนอยู่ที่ ๒๖.๓ คน โดยประเทศสาธารณรัฐโดมินิกัน เป็นอันดับที่ ๒ ที่ ๑๘.๕  ในขณะที่อันดับที่ ๒, ๓ และ ๔ ในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ประเทศมาเลเซีย ๑๔.๙ กัมพูชาเป็น ๑๒.๓ และลาว ๙.๖ ตามลำดับ จากข้อมูลชี้ให้เห็นว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในประเทศไทยมีความเสี่ยงมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านไม่น้อยกว่าสองเท่า
 

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและดาวน์โหลดไฟล์ ได้ที่ ปุ่มดาวน์โหลด ด้านล่างนี้ค่ะ