พัฒนาฐานข้อมูลประวัติคนเมาแล้วขับ ช่วยยกระดับกระบวนการยุติธรรม

ศูนย์ วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลแขวงพระนครเหนือพิพากษาให้คุณนนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับชื่อดัง มีความผิดต้องโทษจำคุก 14 วัน ฐานขับรถขณะมึนเมาสุราฯ โดยศาลเห็นว่า คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกไว้ 7 วัน

ความสำคัญของข่าวนี้ ไม่ใช่เพราะผู้ถูกลงโทษเป็นผู้กำกับชื่อดัง แต่เพราะเหตุผลในการลงโทษของศาลที่ระบุว่า"บทบัญญัติของกฎหมายเกี่ยวกับความ ผิดนี้ เป็นไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งเกิดจากการเมาสุราขณะขับขี่รถ ประกอบกับองค์กรที่เกี่ยวข้องได้รณรงค์เกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว เพราะการเมาแล้วขับเกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถ แต่จำเลยซึ่งกระทำผิดมาแล้ว ยังกระทำผิดซ้ำอีก แสดงให้เห็นว่าไม่มีจิตสำนึกต่อสังคมโดยส่วนรวม โดยเคยก่อเหตุมาแล้ว กลับไม่เข็ดหลาบ ดังนั้น จึงไม่สมควรให้รอการลงโทษจำเลย แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแทน 7 วัน และให้ยึดใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ตลอดชีพของจำเลย เป็นเวลา 6 เดือน”

คดีนี้มีประเด็นที่สำคัญที่น่าจะพิจารณา 2 ประเด็น

(1) โดยปกติของวิธีพิจารณาความนั้น ทางตำรวจต้องเร่งทำสำนวนส่งฟ้องภายใน 24 ชั่วโมง และยิ่งเป็นการขัดผู้กระทำผิดจากการตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับ ซึ่งในแต่ละคืนอาจจะมีหลายราย ทำให้ไม่มีเวลาสืบค้นประวัติการกระทำผิดซ้ำๆนอกจากนี้ผู้กระทำผิดเองก็มักจะ รับสารภาพ เพื่อให้มีการลดหย่อนโทษ ทำให้ตุลาการขาดข้อมูลที่สำคัญในการตัดสินพิพากษา หลายๆ ครั้งคำพิพากษาจึงมักจะออกมาเหมือนๆ กัน คือลดโทษกึ่งหนึ่ง และมักจะไม่มีโทษกักขัง แต่ส่งไปที่คุมประพฤติแทน

แต่สำหรับคดีนี้ ศาลสั่งสืบเสาะความประพฤติจำเลย และพบว่า เคยถูกพิพากษาในคดี "เมาแล้วขับ" มาแล้วเมื่อปี 2546 (6 ปีที่แล้ว) ซึ่งต้องชมเชยว่า มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง

ประเด็นดังกล่าว ทำให้เห็นว่า หากมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลประวัติคนเมาแล้วขับ ให้เชื่อมโยงและออนไลน์ ให้สามารถสืบค้นได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง จะช่วยให้ทางตุลาการมีข้อมูลประกอบการพิจารณาพิพากษาและตัดสินได้เหมาะสมมาก ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ได้มีการเพิ่มโทษเมาแล้วขับ (ดังตาราง)

กรณี จำคุก ปรับ ใบอนุญาต / อื่น ๆ ตรวจ alc เกิน 50 mg%
ไม่เกิน 1 ปี
5,000 – 20,000 บาท
พักใช้ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือ เพิกถอน
ชนบาดเจ็บ
1 – 5 ปี
20,000 – 1 แสนบาท
พักใช้ ไม่น้อยกว่า 1 ปีหรือ เพิกถอน
สาหัส
2 – 6 ปี
40,000 – 120,000 บาท
พักใช้ ไม่น้อยกว่า 2 ปีหรือ เพิกถอน
ตาย
3 – 10 ปี
60,000 – 2 แสน
เพิกถอนใบขับขี่

(2) คำพิพากษาที่ปรากฎในหน้าหนังสือพิมพ์ ถือเป็นการสื่อสารที่ให้ทั้งความรู้ ข้อคิด และการเรียนรู้ที่สำคัญแก่ประชาชน ดังจะเห็นได้จากคำพิพากษาที่ว่า .. “จำเลยซึ่งกระทำผิดมาแล้ว ยังกระทำผิดซ้ำอีก แสดงให้เห็นว่าไม่มีจิตสำนึกต่อสังคมโดยส่วนรวม โดยเคยก่อเหตุมาแล้ว กลับไม่เข็ดหลาบ ดังนั้น จึงไม่สมควรให้รอการลงโทษจำเลย”

ที่ผ่านมาสังคมมักสนใจเพียงคำตัดสินว่า ถูกจำคุกหรือไม่ หรือใครแพ้ ใครชนะคดี แต่ในกรณีนี้ คำพิพากษาที่ปรากฎต่อสาธารณะได้ช่วยกระตุ้นความคิดของประชาชนและสังคม ให้เห็นว่า โทษเมาแล้วขับ มิใช่เพียง “เมาแล้วขับ ถูกจับคุมประพฤติ” ซึ่งทำให้คนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ทั้งๆ ที่การขับรถในขณะมึนเมานั้น เป็นความเสี่ยงที่นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตของคนบริสุทธิ์ จำนวนมากในแต่ละปี

ทั้งการใช้ประวัติคนเมาแล้วขับมาเป็นฐานข้อมูลในการพิจารณาคดี ทั้งคำพิพากษาที่ย้ำประเด็น ‘เมาแล้วขับ’ ให้เป็นเรื่องทางสังคม จึงอดไม่ได้ที่ต้องชื่นชมกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ตำรวจไปจนถึงตุลาการ และกรณีตัวอย่างนี้ก็น่าจะกระตุ้นให้ทุกฝ่ายได้เห็นความสำคัญของการพัฒนา ระบบฐานข้อมูลประวัติคนเมาแล้วขับ เพื่อนำไปใช้ให้มีผลในการลดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ